เลขาฯ อย.ย้ำขอให้ผู้ป่วยที่ต้องขอนิรโทษครอบครองกัญชา เร่งมาขึ้นทะเบียน หลังมีผู้มาขอครอบครองแล้วรวม 6,395 ราย เพื่อนำข้อมูลที่ได้หารือร่วมกับ อภ. อีกครั้ง

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแจ้งการขอครอบครองกัญชาตามกฎหมายนิรโทษ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา22 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ว่า ข้อมูลการรับแจ้งการครอบครองกัญชา ณ วันที่ 21 เม.ย.2562 แบ่งเป็นกลุ่มขอนิรโทษตามกลุ่มที่1 คือผู้มีคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตได้ เช่น หน่วยงานของรัฐ มหาวิทยาลัย ฯลฯ มีจำนวน 19 ราย แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ14 รายและในต่างจังหวัด 5 ราย กลุ่มขอนิรโทษตามกลุ่มที่ 2 คือ ผู้ป่วยที่ใช้กัญชารักษาโรคอยู่ มีจำนวน 6,395 ราย แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 1,185 ราย และในต่างจังหวัดอีก 5,210 ราย และกลุ่มขอนิรโทษตามกลุ่มที่ 3 คือ บุคคลอื่นๆ ที่ต้องส่งมอบของกลางก่อน และหากจะขออนุญาตต้องทำตามกฎหมาย โดยมี 1 รายที่เข้ามาแจ้ง โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลใหม่อีกในสัปดาห์หน้า

นพ.ธเรศ กล่าวต่อไปว่า การมาแจ้งการครอบครองกัญชาตามมาตรา 22 โดยไม่ได้รับโทษก็อยากให้กลุ่มที่เข้าข่ายตามกฎหมายให้รีบมาแจ้งภายใน 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 19 พ.ค.62 หากเกินกำหนดจะไม่สามารถมาแจ้งได้อีก แต่ในกรณีผู้ป่วยเมื่อมาแจ้งภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็จะสามารถขอใช้กัญชาทางการแพทย์ออกไปได้อีกประมาณ 90-180 วัน ซึ่งแล้วแต่ความเหมาะสม อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญขอให้รีบมาแจ้งการครอบ ครองเพราะมีความจำเป็นมาก เพื่อให้ได้มีข้อมูล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการผลิตยาสำรองสำหรับผู้แจ้ง โดยจะมีการหารือกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.)ในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากกัญชาเห็นตรงกันว่ามีประโยชน์ทางการแพทย์ ทางกระทรวงสาธารณสุข โดย อย.ก็พยายามผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ภายใต้พื้นฐานข้อมูลวิชาการและความรู้ แต่ก็เข้าใจดีว่าก่อนหน้านี้มีการใช้กัญชามาก่อนแล้ว ซึ่งองค์ความรู้ตรงนี้องค์ความรู้ตรงนี้จึงเป็นประโยชน์มาก และอยากเชิญชวนให้เข้ามาวิจัยร่วมกัน